8 มีนาคม 2562 สทนช.โต้แล้งไม่หนัก จับตา 7 จังหวัดขาดน้ำต้นทุน กิน ใช้ เล็งช่วยนาปรัง 10 ล้านไร่

ที่มา: https://www.posttoday.com/economy/582599

เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศ ประเมินและคาดการณ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร หรือ สสนก. พบว่า สถานภาพอากาศและปริมาณฝนปีนี้ใกล้เคียงกับปี 2550 คือมีปริมาณฝนน้อยในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งปรากฏการณ์เอลนินโญกำลังอ่อนจะยังคงต่อเนื่องไปจนถึงเดือน เม.ย. 2562 และเข้าสู่สภาวะเป็นกลางส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติเฉลี่ย 5-10% และฝนจะมาปกติในเดือน พ.ค. อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการส่งน้ำเพื่อการเกษตรที่จะต้องพึ่งพาแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝนจะมาเร็วกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 1 สัปดาห์ นอกจากนั้น ให้เฝ้าระวังขาดแคลนน้ำ รวม 7 จังหวัด 15 อำเภอ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 2 จังหวัด 6 อำเภอ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ และนครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด 5 อำเภอ ได้แก่ จ.เลย ชัยภูมิ และนครราชสีมา และภาคกลาง 2 จังหวัด 4 อำเภอ ได้แก่ จ.ราชบุรี และกาญจนบุรี จึงต้องหาแหล่งน้ำต้นทุนในรัศมีไม่เกิน 50 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งทาง สทนช.ได้จัดทำข้อมูลแหล่งน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในรัศมีไม่เกิน 50 กิโลเมตรแล้ว เพื่อจัดส่งข้อมูลให้กับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหมและจังหวัดได้รับทราบ เพื่อเตรียมมาตรการรองรับ ขณะที่ภาคการเกษตร พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร นอกเขตชลประทาน จำนวน 11 จังหวัด 26 อำเภอ 71 ตำบล พื้นที่รวม 1.51 แสนไร่ ได้แก่ ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม ศรีสะเกษ และภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ จ.สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่เกษตรกรได้เข้าร่วมมาตรการเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นจำนวน 61,942 ไร่ ซึ่งสถานการณ์น้ำมีเพียงพอสำหรับการปลูกพืชตามมาตรการนี้ ทั้งนี้ จากการติดตามผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2561/2562 ข้อมูลจากกระทรวง เกษตรฯ ล่าสุด พบว่า การเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 ทั้งประเทศ รวมพื้นที่ 10.46 ล้านไร่ ปัจจุบันมีการเพาะปลูกข้าวรอบที่ 2 มากกว่าแผน 34 จังหวัด พื้นที่ 1.21 ล้านไร่ ในเขตชลประทาน 1.09 ล้านไร่ และนอกเขต 1.2 แสนไร่